This site hosted by Free.ProHosting.com
Google
ศูนย์สุขภาพธรรมชาติบำบัด ไบโอติค
เว็บไซด์สำหรับการดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด

หน้าแรก ศูนย์ไบโอติค ชุมพร ผลิตภัณฑ์ ข้อมูลธรรมชาติบำบัด กิจกรรม เชื่อมโยง กระดานข่าว

ชะลอความแก่และการดูแลผิวพรรณให้อ่อนเยาว์

ผศ.ดร.อัญชนีย์ อุทัยพัฒนาชีพ
ภาควิชาคหกรรม คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คงเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนำไม่ว่าวัยใดจะใฝ่ฝันถึงการมีอายุที่ยืนยาว และมีสุขภาพแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มคนสาวไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต นอกจากจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว บุคลิกภาพถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเสริมความมั่นใจที่ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณซึ่งเป็นอวัยวะส่วนนอกสุดของร่างกาย โดยเฉพาะวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยความเหี่ยวย่นก็จะเกิดขึ้นตามมา ในทุกยุคทุกสมัยจะมีการสรรหาคิดค้นสูตรวิธีในการประทินโฉมให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา จะเห็นได้จากเครื่องสำอางราคาแพงบำรุงผิวต่างๆ ที่ออกมาเพื่อเอาใจคนที่มีปัญหาสภาพผิว แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซึ่งแก้ไขอะไรไม่ได้มาก การดูแลผิวพรรณที่จะทำให้อ่อนกว่าวัยถือว่าเป็นสิ่งที่ควรจะดูแลรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อชะลอความแก่ที่มาเยือนก่อนวัยอันควร แม้ไม่อาจหยุดยั้งวันเวลาได้แต่คุณสามารถชะลอริ้วรอยความร่วงโรยของวัยได้ เพราะจุดเริ่มต้นความงามที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา ต้องมาจากสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวด้วย ทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่าอยากมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี บุคลิกดี มีผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ ไม่เหี่ยวย่นเกินวัยจากการปล่อยปละละเลย
หลักปฏิบัติที่จะช่วยชะลอความแก่และลดริ้วรอยของผิวพรรณ
การทำจิตใจให้ปราศจากความเครียด ย่อมจะส่งผลถึงสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีตามมาด้วย เนื่องจากกายและจิตผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เมื่อใดเกิดภาวะความเครียดจะส่งผลทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงทั่วร่างกายในทางเสื่อม เช่น ระบบย่อยอาหารไม่ดี ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง เนื่องจากเมื่อเกิดภาวะความเครียดเกิดขึ้น จะทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวลิมโพไซท์ชนิด T.เซลล์ลดปริมาณลง และยังส่งผลให้ต่อมธัยมัสและต่อมน้ำเหลืองที่สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายหดตัวลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายเราอ่อนแอลงด้วย ส่งผลทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา เช่น โรคติดเชื้อต่างๆ โรคภูมิแพ้ และอาจเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากเรื่องภาวะความเครียดส่งผลกระทบไปยังระบบกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ของร่างกายทำให้ด้อยประสิทธิภาพลง ฟรีเรดิคอลนอกจากจะมีอยู่ทั่วไปรอบๆ ตัวเรา เช่น รังสี UV ที่มากับแดด ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย หรือสารเคมีต่างๆ ที่ร่างกายได้รับเข้ามาจากปัจจัยภายนอกแล้ว ฟรีเรดิคอลยังสามารถเกิดขึ้นจากขบวนการทางชีวเคมีภายในร่างกายของเราเอง เช่น ระบบย่อยสลายสารและการสร้างสารประกอบภายในร่างกาย เนื่องจากร่างกายของเราจะต้องทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีของเสียตกค้างเกิดฟรีเรดิคอลขึ้นภายในร่างกาย แต่ระบบภายในร่างกายก็จะผลิตสารขึ้นมาเพื่อต่อต้านและทำลายอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) ในอัตราส่วนที่สมดุลกัน สารอาหาร เช่น วิตามิน C,E,A รวมถึง ไบโอฟลาโวนอยด์ จะช่วยต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้ แต่ถ้าร่างกายเกิดภาวะความเครียด จะทำให้ระบบเกิดการเสียสมดุลของการสร้าง และทำลายฟรีเรดิคอล ซึ่งจะเกิดออกซิเจนอิเลคตรอนเดียว ซึ่งเป็นสารที่ไวต่อปฏิกิริยาชีวเคมีจะไปโจมตียังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ถ้าไปโจมตีหลอดเลือดจะทำหลอดเลือดแข็ง หรือถ้าไปโจมตีผิวหนังจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นสารให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังเสียความยืดหยุ่น ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเกิดความแข็งกระด้าง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น และใบหน้าหมองคล้ำแก่เกินวัย เป็นต้น
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกายจะช่วยให้จิตใจสบาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ควรทำเป็นประจำอย่างน้อย 15 นาที ทุกวันสม่ำเสมอ เพื่อช่วยการหมุนเวียนของโลหิตภายในร่างกายดีขึ้น ทำให้เซลล์ผิวของผิวหนังได้รับสารอาหารและออกซิเจนเพิ่มขึ้น จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวพรรณลง และที่สำคัญการพักผ่อนที่เพียงพอหลีกเลี่ยงการนอนทับเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันผิวหนังย่นจากรอยทับ การนอนหงายจึงเป็นท่าที่เหมาะสมที่สุด และควรหลีกเลี่ยงการบริหารใบหน้าซ้ำๆ เพราะจะทำให้รอยย่นชัดขึ้น รวมทั้งการหยีตาบ่อยๆ จะทำให้เกิดรอยตีนกามากขึ้น
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลายท่านคงเข้าใจผิดคิดว่าการกินอาหารที่ดี คือ การกินอาหารที่มีราคาแพง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเพราะการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาเป็นจำนวนมากที่แพทย์ตรวจไม่พบ จริงๆ แล้วเกิดจากดุลยภาพของส่วนประกอบภายในร่างกายเราผิดปกติ เนื่องจากวิถีชีวิตสังคมเมืองในปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบทำงานแข่งขันกับเวลา จนทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการบริโภค รสนิยมการบริโภคอาหารแบบตะวันตกที่หนักไปทางเนื้อสัตว์ ฟาสต์ฟูดหรืออาหารขยะ (Junk Food) กันมากขึ้น ที่จริงแล้วการรับประทานอาหารที่ดีคือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้ส่วนประกอบของร่างกายเราเกิดดุลยภาพตามธรรมชาติอย่างถูกสัดส่วน ดังนั้นร่างกายเราจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน รวมไปถึง น้ำ และอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใย (Fiber) เพื่อจะนำไปใช้สำหรับการซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอช่วยควบคุมการทำงานต่างๆ และให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ที่จริงแล้วมีสารอาหารอยู่ 3 ชนิด ที่สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกายได้ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ซึ่งเมื่อใดที่ร่างกายต้องการใช้พลังงาน พลังงานคาร์โบไฮเดรตซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของร่างกาย จะถูกดึงเอาไปใช้ก่อนเป็นอันดับแรกในรูปของน้ำตาลกลูโคส เก็บสะสมในรูปของไกลโคเจนในตับและกล้ามเนื้อในปริมาณจำกัด แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการชนิดเดียวที่เราๆ ท่านๆ กินกันมาตั้งแต่เกิดจนตายที่หลายคนนึกไม่ถึงนั่นก็คือ ข้าว
ข้าวที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวัน เป็นอาหารที่ธรรมชาติบรรจงมอบไว้ให้เป็นสมบัติล้ำค่าของมนุษย์ชาติ ข้าวแบ่งออกเป็นหลายสายพันธุ์ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น ปัจจุบันเรานิยมบริโภคข้าวที่ผ่านการขัดสีจนขาวเพื่อให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ถูกขัดสีออกไปนั้นคือส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มเมล็ดและจมูกข้าว ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ทรงคุณค่าสูง หรือที่เรียกว่ารำข้าวแล้วนำไปให้หมูกิน ส่วนคนนั้นกินแป้งล้วนๆ ซึ่งมีคุณค่าของสารอาหารต่ำกว่ารำข้าว และจมูกข้าวที่มีสารอาหารอื่นๆ อีกมาก เช่น วิตามินบี วิตามินอี ที่ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ โปรตีนและไขมันไม่อิ่มตัว ตลอดจนแร่ธาตุต่างๆ มากมายรวมทั้ง Dietary Fiber ที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย จากการพยายามค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาข้าวมาทดลองเพื่อแยกสารต่างๆ โดยใช้วิธี Biotech Technology ที่ทันสมัย เพื่อดึงสารอาหารออกมาจากข้าวและผ่านขบวนการ Hydrolysis ให้เป็นสารอาหารระดับโมเลกุลที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที และพบว่าในข้าวยังมี Amino Acid ที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วนเพื่อนำไปสร้างโปรตีนได้ กลูต้าไธโอน (Glutamyl, L-Cysteinyl, Glycine) ซึ่งเป็น Tripeptide มีอยู่ในพืชและเนื้อสัตว์ จะช่วยส่งเสริมการทำงานของตับให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการทำลายอนุมูลอิสระ (Free Radical) หรือกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย โปรตีนยังเป็นสารช่วยใช้ในขบวนการสร้างฮอร์โมนเพศได้ ซึ่งฮอร์โมนเพศเหล่านี้จะช่วยทำให้เราดูดีมีชีวิตชีวา ผิวพรรณเปล่งปลั่งแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่เมื่อใดถ้าเราอยู่ในภาวะขาดสารอาหารและอายุมากขึ้น กระบวนการสร้างเซลล์ทดแทนเซลล์เดิมจะลดลง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงและความแก่ชราก็จะมาเยือน
แต่คุณไม่ต้องตกใจ เพียงแต่คุณใส่ใจในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างถูกส่วนเหมาะสม และควรหันมาบริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขัดขาวให้มากขึ้น หาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใสปราศจากความเครียด เท่านี้เรื่องวิตกว่าจะแก่ก่อนวัยอันควรจะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน

ที่มา : นสพ.มิชชั่นไทยแลนด์ 24-30 มี.ค. 2546


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • 7 สมุนไพรบำรุงผิวหน้า และผิวกาย
  • การทำผิวให้สวยจากภายในสู่ภายนอก
  • อาหารที่ดีสำหรับผิว
  • การดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด