This site hosted by Free.ProHosting.com
Google

ศูนย์สุขภาพธรรมชาติบำบัด ไบโอติค

เว็บไซด์สำหรับการดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด


หน้าแรก ศูนย์ไบโอติค ชุมพร ผลิตภัณฑ์ ข้อมูลธรรมชาติบำบัด กิจกรรม เชื่อมโยง กระดานข่าว

ผ่าทางตันสุขภาพคนไทย

แต่ละปีคนไทยมีอัตราการเจ็บป่วย ถึงขั้นต้องกินยา หรือไปพบหมอ เฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 2.4 ครั้ง

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ พุ่งสูงกว่า 3 แสนล้านบาท

การนำเข้า "ยา" และ "เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่" เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไมคนไทยจึงยัง "เจ็บป่วย" มากขึ้น?

คำถามนี้ คงเป็นปมปัญหา ที่หลายคน ตั้งแต่ระดับ ผู้บริหารประเทศ รัฐมนตรี บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทั้ง หมอ นักวิจัย ต่างกำลังพยายามค้นหา คำตอบกันอย่างสุดความสามารถ

โดยเฉพาะในปัจจุบัน ทุกคนล้วนมีความรู้สึกว่า เราเสียเงินเป็น จำนวนมาก เพื่อยืดชีวิตให้ตายช้าลง แต่กลับไม่สามารถ "ซื้อ" สุขภาพที่ดีได้

"การแพทย์แผนปัจจุบัน" หรือ "การแพทย์ตะวันตก" จึงเริ่มถูกมองว่า อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพดี

หากยังมีการแพทย์แขนงอื่น ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลตัว ที่อาจจะเป็น "ทางเลือก" สำหรับการดูแลสุขภาพ และเป็นภูมิปัญญาในซีกโลกตะวันออก ที่แม้แต่ฝรั่งยังต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาศึกษา

เช่นเดียวกับตัวยาต่างๆที่ขณะนี้ ทั้งประเทศเยอรมนี สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอีกหลายประเทศ ในโลกตะวันตก หันมาใช้สิ่งที่เรียกว่า "Herbs" หรือ "สมุนไพร" เป็นส่วนประกอบมากขึ้น เพื่อลดการใช้สารเคมี หรือตัวยาสังเคราะห์ที่อาจ ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ เราจะเห็นผู้คนหันมาใช้วิธีธรรมชาติ ในการดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพลังลมปราณ พลังจักรวาล การเล่นโยคะ จี้กง ไปจนถึงการกินอาหารธรรมชาติ เพื่อเยียวยารักษาโรคบางชนิด อย่างเช่น มะเร็ง เป็นต้น

แต่ด้วยความที่ "การแพทย์แผนไทย" และ "การแพทย์พื้นบ้าน" ตลอดจน "การแพทย์ทางเลือก" ในแขนงอื่นๆ มีความหลากหลายและ กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก และหลายครั้งที่มีผู้นำศาสตร์เหล่านี้ ไปหาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง มีการหลอกลวง รวมถึงหากมีการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องด้วย ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพและชีวิต

การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และความ"เชื่อถือ" จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และต้องอาศัยแรงผลักดันจากทางภาครัฐ ซึ่งกรมพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คงต้องเป็นหลักสำคัญ

น.พ.วิชัย โชควิวัฒน อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะเสริมสร้างนวัตกรรม และกลไกในการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการสาธารณสุข ที่เน้นการใช้ภูมิปัญญาไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัยต่อ สุขภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

"อย่างเรื่องของ "สมุนไพร" ปัญหาที่น่าเป็นห่วงก็คือเรามีพันธุ์พืชทั่วประเทศ อยู่หมื่นกว่าชนิด ที่นำมาใช้เป็นสมุนไพรประมาณ 5,000 ชนิด สมุนไพรเหล่านี้มีจำนวนมากที่กำลังจะสูญพันธุ์ หรือแม้ไม่ สูญพันธุ์ แต่คนที่จะรู้จักประโยชน์ของสมุนไพรเหล่านี้ กลับมีน้อยลงเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่มักเป็นคนเฒ่า คนแก่ในท้องถิ่น ที่นับวันจะล้มหายตายจากไป โดยมิได้ถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานเลย ตรงนี้คงต้องเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

หรือแม้แต่เรื่องของ วิถีชีวิตแบบไทย ที่ทำให้บรรพบุรุษของเรา มีสุขภาพดี โดยไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การกินสมุนไพรเพื่อรักษาโรค อาทิ หญ้านวดแมวที่ช่วย ในการสลายนิ่วได้ดี การนวดไทย ซึ่งก็คล้ายกับการทำกายภาพบำบัด ในศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน การอยู่ไฟ ที่เปรียบเสมือนการ อบความร้อนเพื่อกระชับมดลูก หลังการคลอดบุตร ซึ่งในต่างจังหวัด บางแห่ง มีบริการ "อยู่ไฟ ดิลิเวอรี่" ประเภทไปบริการให้ถึงบ้านก็มี ตรงนี้น่าจะได้มีการยกระดับและพัฒนา ให้มีมาตรฐาน เป็น "ทางเลือก" ให้กับประชาชนได้จริงๆ"

ด้วยความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีคุณค่า และมีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษอย่างมากมายนี้เอง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก จึงกำหนดจัดงาน "มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1" ขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

น.พ.วิชัยเปิดเผยว่า งานนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นจุดเชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของการแพทย์แผนตะวันออกเข้าด้วยกัน โดยเน้นการแพทย์แผนไทยเป็นหลัก แต่จะมีการแพทย์แขนงอื่นเข้ามาร่วม เช่น การแพทย์แผนจีนและการฝังเข็มในผู้ป่วยอัมพาต

งานครั้งนี้ น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระบบภูมิปัญญาไทย สุขภาพวิถีไทย และการแพทย์ทางเลือกหลายสาขา ที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ มาไว้ด้วยกัน อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ใครอยากจะรู้เรื่อง ชาเขียว กระชายดำ การทำเครื่องหอมประทินผิว การจัดกระดูกแบบโบราณ การนวดผ้าขาวม้า การอาบ ตะวัน และภูมิปัญญาชื่อแปลกๆอีกหลากหลาย สามารถไปดูให้เป็นกับตาตัวเอง และไปศึกษาได้ในงานนี้ เพื่อเวลาที่จะไปใช้บริการในภายหลัง จะได้ไม่ถูก"หลอก" จากพวกมิจฉาชีพ หรือ 18 มงกุฎที่หากินบนความทุกข์ของคนที่กำลังเจ็บป่วย

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2545 พบว่า ประเทศไทยมี ผู้ประกอบ โรคศิลปะแผนไทย สาขาการแพทย์แผนไทย 34,531 คน และสาขาการแพทย์ แผนไทยประยุกต์ 276 คน ผู้ประกอบโรคศิลปะ การแพทย์ทางเลือก ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนอีก 117 คน ไม่รวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ในการดูแลรักษาสุขภาพ ในเครือญาติและ ชุมชนอีกนับแสนคน

นอกจากนี้ ในส่วนของ "ยาไทย" และ "ยาแผนโบราณ" มีตำรับยาแผนโบราณที่จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด 6,793 ตำรับ สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ 861 แห่ง และ สถานที่ขายยาแผนโบราณอีก 2,106 แห่ง

ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า จากจำนวนบุคลากร และส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ และศาสตร์ที่น่าจะมีแนวโน้มเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของคนไทยได้เป็นอย่างดี และหากมีการพัฒนาและยกระดับให้ได้มาตรฐาน ก็จะสามารถลดการพึ่งพาการแพทย์แผนตะวันตก โดยเฉพาะการ "ใช้ยา"เกินความจำเป็นของคนไทยลงได้มาก

การเรียนรู้กระแสการพัฒนาของโลกเป็นสิ่งสำคัญ แต่การ "รู้เท่าทัน" เพื่อไม่เสียเปรียบหรือไม่ตกเป็น "เหยื่อ" ของความเจริญ น่าจะเป็นสิ่งสำคัญกว่า

เราจึงหวังว่ามหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งนี้ จะเป็นการปลุกคนไทยให้ตื่นจากความหลงในความทันสมัย ที่อาจมีส่วนทำให้คนไทย"ตายผ่อน ส่ง"เสียที!

ไทยรัฐ
24 ส.ค.2547


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • การดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด