This site hosted by Free.ProHosting.com
Google

ศูนย์สุขภาพธรรมชาติบำบัด ไบโอติค

เว็บไซด์สำหรับการดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด


หน้าแรก ศูนย์ไบโอติค ชุมพร ผลิตภัณฑ์ ข้อมูลธรรมชาติบำบัด กิจกรรม เชื่อมโยง กระดานข่าว

เท้า....ใครคิดว่าไม่สำคัญ

“เท้า” อวัยวะที่ใครหลายคนละเลย เพิกเฉยและไม่ใคร่จะใส่ใจ เนื่องจากคิดว่าเป็นอวัยวะเบื้องต้นที่ไม่น่าจะมีความสลักสำคัญอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับตับ ปอด ม้าม หัวใจหรือว่าลำไส้ใหญ่ แต่ความจริงแล้ว เท้าสามารถสะท้อนหรือบ่งบอก “สุขภาพ” ของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออกบอกออกมาชัดเจนเลยว่า “เท้าคือศูนย์รวมของปลายระบบประสาทของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย”และกลายเป็นที่มา รวมทั้งพัฒนาไปสู่ศาสตร์ที่กำลังมาแรงอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน นั่นคือ การกดจุดสะท้อนเท้า

อาจารย์สมบูรณ์ รุ่งโรจน์สกุลพร ปรมาจารย์ด้านการกดจุดสะท้อนเท้าจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของศาสตร์สาขานี้กัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะลงลึกกันไปถึงหัวใจของการกดจุดสะท้อนเท้า อาจารย์สมบูรณ์ก็ได้ปูพื้นฐานในภาพรวมของธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เสียก่อนเป็นเบื้องต้นว่า ร่างกายของมนุษย์นั้น ธรรมชาติได้สร้างจุดที่เรียกว่า จุดธรรมชาติบำบัดออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ

กลุ่มแรก คือกลุ่มของอาหารและน้ำ ซึ่งมนุษย์สามารถใช้คุณสมบัติของอาหารในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้

กลุ่มที่สอง คือกลุ่มของพลัง อาทิ พลังแห่งสมาธิ พลังจักรวาล พลังแห่งการสวดมนต์ พลังชี่กง ตลอดรวมไปถึงพวกกลิ่น แสงและสีต่างๆ ซึ่งก็มีส่วนที่จะดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงได้

กลุ่มที่สาม คือกลุ่มของโครงสร้างทางกายภาพ ที่แตกแขนงออกไปเป็นหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นลำตัว ฝ่ามือ ใบหู กระดูกสันหลัง รวมทั้งการกดจุดสะท้อนเท้าก็จัดอยู่ในหมวดนี้

อาจารย์สมบูรณ์ขยายความลงไปในรายละเอียดเกี่ยวกับการกดจุดสะท้อนเท้าว่า เท้าของคนที่มีอยู่ 2 ข้างนั้นมีความสัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 จุดด้วยกันหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า 5 เท้า กล่าวคือ ฝ่าเท้าข้างซ้ายนั้นจะบ่งบอกถึงอวัยวะซีกซ้ายที่ประกอบด้วยหัวใจ ม้าม ไต ฯลฯ ส่วนฝ่าเท้าข้างขวาก็จะบ่งบอกถึงอวัยวะซีกขวาที่ประกอบด้วยตับ ถุงน้ำดี ไส้ติ่ง ฯลฯ

ไม่ใช่หมดเพียงแค่นั้น

นอกจากฝ่าเท้าแล้ว หลังเท้าก็จะสามารถบ่งบอกสุขภาพของต่อมทอนซิล ขากรรไกร ต่อมน้ำเหลืองที่ปอด ทรวงอก กระบังลมทั้งสองข้าม ส่วนเท้าด้านในก็จะบ่งบอกถึงจมูก กระดูกคอ กระดูกหลัง กระดูกเอว ก้นกบ ช่องคลอด อวัยวะเพศ มดลูกและลูกอัณฑะทั้งสองข้าง ขณะที่เท้าด้านนอกจะบ่งบอกถึงสุขภาพของไหล่ ข้อศอก หัวเข่า สะบัก รังไข่

และทั้ง 5 เท้านี้จะประกอบรวมกันเป็นมนุษย์ ซึ่งนับรวมแล้วมีจุดต่างๆ ที่ปรากฏบน 5 เท้าทั้งสิ้น 62 จุดด้วยกัน เป็นจุดที่เป็นปลายประสาทของอวัยวะในร่างกาย 62 จุด หรือที่เรียกกันว่า “จุดสะท้อน”

อาจารย์สมบูรณ์ ขยายความคำว่าสะท้อนให้ฟังเพิ่มเติมว่า มนุษย์นั้นรู้จักและสัมผัสกับคำว่าสะท้อนมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ยังไม่รู้ว่านั่นคือการสะท้อน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ เวลาที่เราใส่รองเท้าผ้าใบหรือคัตชูนานๆ จะรู้สึกอึดอัด แสดงว่ามันกดสะท้อนถูกตำแหน่งนิ้วโป้ง ซึ่งนิ้วโป้งหรือนิ้วหัวแม่เท้านั้นเป็นตำแหน่งของจมูกพอดี จึงทำให้เรารู้สึกอึดอัด หรือเวลาที่เราใส่รองเท้าปลายแหลมๆ และรัดแน่นๆ ก็จะรู้สึกว่าไหล่จะบีบ และเกิดอาการเมื่อยขึ้นที่บริเวณไหล่ นั่นก็เพราะถูกบีบตรงนิ้วก้อย ซึ่งเป็นตำแหน่งของไหล่ จุดเหล่านั้น เรียกกันว่า จุดสะท้อน

แหม...พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เลยต้องเผยเคล็ดลับในการเลือกรองเท้ากันสักนิด เพื่อใครที่ไม่รู้จะได้รู้และปรับเปลี่ยนวิธีในการเลือกซื้อกัน

ประการที่หนึ่ง-ควรเลือกซื้อในตอนกลางวันเพราะเท้าจะขยายเต็มที่

ประการที่สอง-เลือกขนาดรองเท้าให้พอดี อย่าใส่รองเท้าที่รัดแน่นเกินไป หรือใส่ให้หลวมเกินไป

ประการที่สาม-เรื่องความสูง ซึ่งก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์ไม่มีรองเท้าติดตัวมาแต่กำเนิด เพราะฉะนั้นรองเท้าไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ ควรเลือกรองเท้าพื้นเรียบๆ เนื่องจากถ้าสูงเกินไปส่วนใดส่วนหนึ่งต้องรับน้ำหนักมาก

ตรงนี้ ผู้หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงมากๆ ก็จะกดจุดที่อยู่บริเวณปลายนิ้ว และปลายนิ้วทุกนิ้วคือจุดโพรงประสาทสมอง ส่วนใต้ปลายนิ้วคือส่วนของกล้ามเนื้อไหล่ ดังนั้น จะเมื่อยไหล่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันส้นเท้าที่สูงชันขึ้นมากกว่าปกติก็เป็นตำแหน่งของสะโพก ก็จะทำให้ผู้สวมใส่มักเกิดอาการเมื่อยที่บริเวณสะโพกและก้นกบ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ส้นเท้ายังเป็นตำแหน่งปลายประสาทของรังไข่และมดลูกอีกต่างหาก ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายต้องเผชิญกับปัญหารอบเดือนที่ผิดปกติไปจากเดิม

ส่วนข้อแนะนำเพิ่มเติม...อาจารย์สมบูรณ์บอกว่า ถ้ามีโอกาสเราควรเดินเท้าเปล่าบนพื้นดินบ้าง วันละสัก 5 นาทีหรือ 2 นาที ก็จะทำให้หมดปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้ซึ่งเป็นโรคที่คนเมืองหลวงเป็นกันจำนวนมากได้กลับมาที่เรื่องศาสตร์ของการกดจุดที่เท้ากันสักนิด

อาจารย์สมบูรณ์ บอกว่า ปกติแล้วการนวดเท้าจะมีทั้งหมด 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรกหรือระดับพื้นฐานก็คือการนวดเพื่อสุขภาพ ระดับที่สองคือการนวดเพื่อปรับความสมดุลและระดับที่สามเป็นการนวดด้วยพลังชี่

ทีนี้ การนวดเท้านั้นจะส่งผลต่อร่างกายในหลายระดับด้วยกัน ที่เห็นชัดๆ ประการแรกคือ ช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติและสร้างภูมิต้านทานโรค ถัดมาก็จะช่วยในเรื่องของการขับของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น ก่อนนวดต้องให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว และหลังนวดอีก 1 แก้ว

ขณะเดียวกันก็จะมีผลต่อการกระตุ้นอวัยวะทุกส่วนในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ ปรับการทำงานของระบบประสาท ตามติดด้วยการทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดูอ่อนกว่าวัย ทำให้เลือดลมเดินเป็นปกติ ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ยิ่งคนที่นวดเท้าเป็นประจำยิ่งไม่ต้องห่วงเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต เพราะจะมีการกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนตลอด แถมยังช่วยปรับฮอร์โมนของร่างกายให้เป็นปกติอีกด้วย

และสำหรับคนที่อยากมีลูก แต่ไม่มีลูก ไม่ว่าจะเป็นเพราะเชื้อไม่แข็งแรงหรือรังไข่มดลูกไม่แข็งแรง การนวดเท้าจะมีเทคนิคและวิธีการที่จะช่วยเหลือได้อีกด้วย

ฟังข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว...คงเปลี่ยนใจและหันมาให้ความสำคัญกับเท้ากันมากขึ้น

เรียบเรียงโดย Uncle Fat

ผู้จัดการ 3 ก.พ.2548


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • การดูแลสุขภาพ แนวธรรมชาติบำบัด
  • บทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการบำบัด