| หน้าแรก | ศูนย์ไบโอติค ชุมพร | ผลิตภัณฑ์ | ข้อมูลธรรมชาติบำบัด | กิจกรรม | เชื่อมโยง | กระดานข่าว |
|
|
กินมากเท่าไหร่ ก็นำไปใช้ไม่ได้ ถ้าเอนไซม์บกพร่อง เมื่อเกิดความผิดปกติของภาวะความสมดุลของเอนไซม์ในร่างกาย จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายตามมาอ่านประโยคข้างต้นนี้จบ คงต้องเกิดคำถามตามมาว่า เอนไซม์(enzyme) คืออะไร และมีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมทั้งเอนไซม์จะเข้ามาช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างไรบ้างในเรื่องนี้ รศ.ดร.น.พ กำพล ศรีวัฒนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า คนส่วนใหญ่จะรับรู้ว่าเอนไซม์คือน้ำย่อยที่ใช้ในการย่อยอาหาร แต่ความจริงแล้วการย่อยอาหารเป็นเพียงหน้าที่หนึ่งของเอนไซม์เท่านั้น แท้จริงแล้ว เอนไซม์ ก็คือ สารโปรตีน ซึ่งมีอยู่ทั้งในพืชและสัตว์ มีหน้าที่เร่งปฏิกิริยาชีวเคมี (Catalyst) มีความสำคัญที่ทำให้ เซลล์ เนื้อเยื่อ ของเหลวและอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติการทำงานของกระบวนการต่างๆ ในร่างกายล้วนอาศัยการคงอยู่ของเอนไซม์ทั้งสิ้น เช่น การหายใจ การสืบพันธุ์ การเจริญเติบโต การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การเคลื่อนไหว การสร้างภูมิคุ้มกัน ฯลฯรศ.ดร.น.พ.กำพล อธิบายอีกว่า เอนไซม์มีอยู่ในทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเพื่อให้การทำงานทั้งทางกายและจิตใจเป็นปกติ และช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายหากไม่มีเอนไซม์ ปฏิกิริยาชีวเคมีทั้งหลายในร่างกายก็จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า วิตามิน แร่ธาตุ หรือฮอร์โมนต่างๆ ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หรือ หากปริมาณเอนไซม์ในร่างกายลดลงการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็จะผิดปกติ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและโรคร้ายต่างๆทั้งนี้ เอนไซม์แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ1. เอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน (metabolic enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในเลือด เนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ 2. เอนไซม์ในอาหาร (food enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้มีอยู่ในอาหารสด ในเซลล์สัตว์และเซลล์พืช หรือที่เรียกว่าไลโซโซม (lysosome) ซึ่งจะย่อยสลายสารอาหารให้กลายเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ เพื่อจะได้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของคน3. เอนไซม์ย่อยอาหาร (digestive enzyme) เอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในระบบทางเดินอาหารของคนและสัตว์ มันหลั่งออกมาจากเยื่อเมือกบุกระเพาะลำไส้ จากตับและตับอ่อน ทำหน้าที่ย่อยอาหารจากโมเลกุลใหญ่ให้เล็กลง ทำให้ถูกดูดซึมได้อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ส่งผลให้ร่างกายขาดเอนไซม์ เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น การรับประทานอาหารที่ไม่มีเอนไซม์ มีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม การเจ็บป่วยต่างๆและการฉายรังสี หรือ การใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งนอกจากนี้ ยังมีการศึกษาวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ความผิดปกติของร่างกายหลายประการ เช่น ภาวะแก่ก่อนวัย โรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การอักเสบ การติดเชื้อ โรคปวดข้อและกระดูก ความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคเกาต์ โรคกระเพาะ โรคตับอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ โรคกระดูกผุ โรคภูมิแพ้ โรคผื่นแพ้เรื้อรังปัญหาผิวพรรณบางชนิด และมะเร็งบางชนิด สามารถทำให้ทุเลาลงได้โดยวิธีการเอนไซม์บำบัด(Enzyme Therapy)ดังนั้น เอนไซม์บำบัด...จึงเป็นการที่มนุษย์ให้ร่ายกายได้เยียวยา ซ่อมแซมตัวเอง โดยมีแนวคิดในการกินผักสด ผลไม้ อาหารสด เพราะในอาหารสดมีเอนไซม์ที่จะช่วยย่อยอาหารที่กินเข้าไป เป็นการผ่อนภาระการย่อยของตับอ่อน อาการอาหารไม่ย่อยก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนในอาหารสุกจะมีเอนไซม์น้อยมาก เนื่องจากเอนไซม์จะหายไปกับความร้อนที่ใช้ปรุงอาหาร ยกตัวอย่าง พืชผัก ผลไม้ที่เก็บเกี่ยวจากต้นมาแล้ว 1 วันจะเหลือเอนไซม์ 50% 2 วัน เหลือ 25% และ 3 วันจะไม่เหลือเอนไซม์อยู่เลยทั้งนี้ หากไม่สามารถรับประทานผักผลไม้สดได้เพียงพอ ปัจจุบันก็มีเอนไซม์ที่เป็นอาหารเสริมหลายรูปแบบที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น SOD เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้ป้องกันโรคเสื่อม สารสกัดจากตับอ่อนซึ่งก็คือเอนไซม์ใช้ช่วยย่อยอาหาร สารสกัดจากกล้าข้าวสาลีสดใช้เสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม รวมทั้งมีสารสกัดเอนไซม์จากธรรมชาติหลายชนิดเช่นจากมะละกอ สับปะรด ฯลฯ ขายเป็นเม็ด เพื่อใช้แก้ปัญหาสุขภาพผู้จัดการ 1 เม.ย.2548 |