เสียงนับให้จังหวะ ช้าๆ ขยับยืดตัวขึ้นและลดตัวลงพลิ้วไหวไปกับทวงทำนองเพลงวอลซ์ (Waltz) สเต็ปการเต้นลีลาศง่ายๆ ที่สามารถป้องกันโรคหัวใจและเหมาะสมกับผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นอย่างดี
หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ควรออกกำลังกาย แต่แท้จริงแล้วการออกกำลังที่เหมาะสมสามารถทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้ และการเต้นลีลาศในจังหวะต่างๆ ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่า ได้ผลดีและควรที่จะนำไปใช้กัน
เฉลิมกุล อภิบุณโยภาส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี 1 ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า การนำการเต้นลีลาศจังหวะต่างๆ มาประยุกต์ให้เป็นการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในแต่ละขั้น เป็นแนวทางใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน โดยที่ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ ที่บ้านและยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ การเต้นลีลาศก็นับเป็นวิธีการป้องกันการเกิดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ณรงค์ชัย กำชัยถาวรรัตน์ คุณลุงวัย 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจเป็นเวลา 7 ปี แล้ว และได้ผ่านการผ่าตัดบายพาส นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ใช้การเต้นลีลาศมาประยุกต์เพื่อออกกำลังกาย
ลุงณรงค์ชัยเล่าว่า เมื่อสมัยยังหนุ่มเป็นคนที่ชอบเต้นลีลาศเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ที่เป็นโรคหัวใจเพราะชอบรับประทานอาหารมันๆ และมีคอเลสเตอรอลสูง อย่างพวกตับไก่ หมูสามชั้น ซึ่งพอรู้ว่าเป็นโรคหัวใจก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอีกเพราะรู้สึกเหนื่อยง่าย
อย่างไรก็ตาม เมื่อไปพบคุณหมอ ก็ได้รับคำแนะนำว่าควรออกกำลังกายบ้างจะช่วยการทำงานของหัวใจ และมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น จึงเริ่มมาเต้นลีลาศอีก ทุกวันนี้เต้นลีลาศสัปดาห์ละ 3 ครั้งและสุขภาพก็ดีและแข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ เรียกว่ามีประโยชน์ต่ออาการป่วยเป็นอย่างมาก
ด้าน ผศ.พญ.วรมนต บำรุงสุข หัวหน้าฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การออกกำลังกายในปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในคนไข้โรคหัวใจที่มีอายุเท่ากัน ชีพจร และอัตราการเต้นหัวใจต่างกันก็ออกกำลังกายหนักเบาไม่เท่ากัน ทั้งนี้ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ผู้ป่วยต้องกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ รวมทั้งรับประทานอาหารคุณภาพ หลีกเลี่ยงการทำร้ายหัวใจตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย
การออกกำลังกายของผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน เช่น ผู้ป่วยที่เริ่มเป็นอาการไม่เลวร้ายหรือผู้มีภาวะเสี่ยงสามารถออกกำลังกายด้วยลีลาศหลากหลายจังหวะเร็วช้า ตามใจชอบได้ ส่วนผู้ป่วยหลังผ่าตัด ควรออกกำลังกายเบาๆ อย่างในจังหวะบีกิน หรือวอลซ์ ซึ่งก่อนที่จะเลือกออกกำลังกายควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อน
ผศ.พญ.วรมนต บอกอีกว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจควรออกกำลังกายด้วยแอโรบิกเอกเซอร์ไซส์แบบเบาๆ หรือปานกลาง ไม่เกินครั้งละ 15-45 นาที ความถี่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เดิน วิ่งบนสายพานในฟิตเนส เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้คนไข้เบื่อได้ ลีลาศจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเพลิดเพลินซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังช่วยให้สัมพันธภาพในครอบครัวดีขึ้น
ส่วนศาสตราจารย์เกียรติคุณ น.พ.วิเชียร ทองแตง หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาลธนบุรี 1 ให้ข้อมูลว่า หัวใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ในการฟอกเลือก สูบฉีดโลหิตหัวใจยังต้องทำงานตลอดเวลามากน้อยตามความจำเป็นของร่างกาย
สำหรับโรคหัวใจนั้น มีมากมายหลายประเภท โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจฯลฯ ซึ่งอาการที่พบในรายที่เป็นโรคหัวใจ คือ เจ็บปวดแน่นกลางหน้าอก ร้าวไปที่คอ คางไหล่ แขนทั้ง 2 ข้าง อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างได้ รวมทั้งอาจมีอาการเหนื่อยง่าย และปวด ซึ่งก็ไม่จำเพาะอีกว่าเป็นโรคหัวใจแต่ก็เป็นข้อสงสัยให้ผู้ป่วยไปหาแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายมีความจำเป็นมากสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หากสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจเบื้องต้นควรให้ขอคำแนะนำจากแพทย์ซึ่งตรวจวินิจฉัย ซักถามประวัติ โดยละเอียด โดยที่อาจไม่ต้องทำการเอกซเรย์ร่างกาย ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ซึ่งการพูดคุยกับแพทย์ก็สามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ จากนั้นแพทย์อาจใช้วิธีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ น.พ.วิเชียร บอกอีกว่า ภาวะเสี่ยงของการเกิดโรค มีหลายๆ ปัจจัย ทั้งการสูบบุหรี่ อ้วน รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่ออกกำลังกายฯลฯ ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานผักผลไม้ รู้จักออกกำลังกายที่เหมาะสมด้วยวิธีที่ถนัด
ทั้งนี้ จากสถิติการตายของคนไทยพบว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุการตายในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นเป็นโรคที่เป็นปัญหากับคนยุคใหม่และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพวิถีความเป็นอยู่ที่ต้องเร่งรีบ อาหารการกินที่ผิดเพี้ยน ไป ดังนั้นควรป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพตั้งแต่เด็ก
ผู้จัดการ 30 พ.ย.2547
|