การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการเป็นรากฐานสำคัญของการป้องกัน และรักษาภาวะ โคเลสเตอรอล สูงในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็งและโรคหัวใจขาดเลือด
ดังนั้น จึงควรเข้าใจถึงแนวทางการบริโภคอาหารอย่างถูกต้อง เพื่อควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือดและต้องตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติให้ได้ในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง เพราะจากสถิติขององค์การอนามัยโลก(WHO) พบว่า ประชากรโลกต้องสูญเสียชีวิตจากสาเหตุของโรคหลอเลือดและหัวใจมากกว่า 7 ล้านคนต่อปี
ปัจจุบัน ปัญหาโคเลสเตอรอลสูง นับเป็นมหันตภัยเงียบที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจมีอายุน้อยลงกว่าในอดีตและเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการขาดการใส่ใจดูแลภาวะโคเลสเตอรอลในร่างกายและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ ผมคิดว่า ถึงเวลาที่คนไทยจะหันมาใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ เสียที พล.อ.ต.น.พ.บรรหาร กออนันตกูล อายุรแพทย์โรคหัวใจ ในฐานะประธานโครงการรักหัวใจใส่ใจโคเลสเตอรอลให้ข้อมูล
สำหรับข้อควรปฏิบัติเพื่อควบคุมระดับโคเลสเตอรอล ควรต้องทำดังต่อไปนี้
รับประทานโคเลสเตอรอล ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกรับประทานอะไรดี ก็ขอแนะนำเมนูอาหารสูตรควบคุมที่คิดคำนวณเรียบร้อยแล้วว่า มีพลังงาน 1,658 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 279 มิลลิกรัมต่อวัน กล่าวคือ มื้อเช้ารับประทานกาแฟ ขนมปัง แฮม เนย(กาแฟ 1 ช้อนชา น้ำตาลเทียม 1 ซอง นมพร่องไขมัน 30 มิลลิลิตร) ให้พลังงาน 414 กิโลแคลอรี่ โคเลสเตอรอล 52 มิลลิกรัม จากนั้นตามด้วยอาหารว่างคือพายไก่น้ำหนัก 80 กรัม 1 ชิ้นให้พลังงาน 154 กิโลแคลอรี่ โคเลสเตอรอล 16 มิลลิกรัม
ในช่วงกลางวันให้รับประทานราดหน้าหมูเส้นใหญ่ที่ให้พลังงาน 550 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 65 มิลลิกรัม ตามด้วยของหวานคือเค้กกล้วยหอมที่ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 40 มิลลิกรัม แต่ถ้าบ่ายๆ หิว ก็สามารถรับประทานของว่างเป็นเมี่ยงคำจำนวน 5 คำซึ่งให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 1 มิลลิกรัม ตกเย็นมื้อใหญ่ของคนไทย ก็ต้องขอแนะนำข้าวแกงเลียงกุ้งสดบวกกับปลาทูทอด 1 ตัว ในข้าวแกงเลียงกุ้งสดนั้นมีพลังงาน 248 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 76 มิลลิกรัม ส่วนปลาทูทอดให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี่และโคเลสเตอรอล 29 มิลลิกรัม
พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยผู้ใหญ่ควรมีดัชนีความหนาของร่างกาย(body mass index : BMI) อยู่ในช่วง 20-24.9 กก/ตารางเมตร โดยคำนวนจากน้ำหนักตัว(กก.) หารด้วยส่วนสูง(เมตร) ยกกำลังสอง เช่น น้ำหนักตัว 50 กก.หารด้วยความสูง 1 เมตร 50 เซนติเมตร ยกกำลัง 2 เท่ากับ 22.2 กก./ตารางเมตร
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เพราะกรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งจะมีมากในกะทิ ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันติดมากๆ
รับประทานอาหารที่ให้กรดไขมันไลโนเลอิกโดยสม่ำเสมอ ทั้งนี้ กรดไขมันไลโนเลอิกพบได้ในน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าว การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไลโนเลอิกเพียงร้อยละ 7-10 ของพลังงานที่ได้รับจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ เช่น ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ/คน/วัน
นอกจากนั้น การรับประทานถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ก็ช่วยเพิ่มระดับกรดไลโนเลอิกได้ โดยในเต้าหู้น้ำหนัก 100 กรัมจำนวน 10 ชิ้นจะให้พลังงาน 145 กิโลแคลอรี่ โคเลสเตอรอล 0 มิลลิกรัมและกรดไลโนโลอิก 4 กรัม
แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิ๊กเข้าไปดูได้ที่ www.HeartAndCholesterol.com
ผู้จัดการ 5 ต.ค.2547
|