ากการเฝ้าชมรายการสนทนาเรื่อง การมีชีวิตอย่างมีความสุขและวิธีการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ( ultimate anti-aging program ) ในเคเบิลทีวีของประเทศสหรัฐอเมริกา โดย นาย Gary Null นักวิทยาศาสตร์ปริญญาเอก นักวิจัยและได้เขียนหนังสือมากมายหลายเล่มเกี่ยวกับการอยู่อย่างอมตะ
ผู้ดำเนินรายการได้อธิบายวิธีการบำบัดและป้องกันความเสื่อมของร่างกายว่า ต้องมีโภชนาการที่ถูกต้อง ฝึกกายและใจให้สงบ เข้าใจว่าผู้ดำเนินรายการคงได้ศึกษาวิถีชีวิตของคนเอเชีย ซึ่งนับถือศาสนาพุทธและนำหลักการมาปรับเป็นแนวปฏิบัติของตนเอง วิธีการฝึกกายให้เดินช้าๆ คล้ายการเดินจงกรม ส่วนการฝึกจิตให้สงบก็คล้ายการนั่งสมาธิซึ่งจะไม่กล่าวในที่นี้
หลักโภชนาการเพื่อความเป็นอมตะ โดยปราศจากโรคภัยของผู้ดำเนินรายการ คือ งดรับประทานอาหารแบบชาวอเมริกันซึ่งผิดหลักโภชนาการอย่างสิ้นเชิง
อาหารอเมริกันทำให้คนอเมริกันอ้วน แต่ไม่แข็งแรง อาหารอเมริกันประกอบด้วยน้ำตาล ไขมัน โปรตีนสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมวัวในปริมาณสูงอาหารจะค่อนข้างเค็ม และยังเน้นว่าแป้งสาลีและนมวัวเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้
มีผู้ร่วมรายการหลายคนซึ่งเข้าร่วมโปรแกรมอาหารของผู้ดำเนินรายการก็ยืนยันว่า หลังหยุดรับประทานแป้งสาลีและผลิตภัณฑ์นมวัว อาการแพ้และปวดศีรษะแบบไมเกรนหายไป
ส่วนอาหารที่ผู้ดำเนินรายการแนะนำให้รับประทาน ได้แก่ มันฝรั่ง ข้าวและธัญพืช ประเภทถั่ว ลดอาหารไขมัน และควรรับประทานผักและผลไม้ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นลักษณะของอาหารไทย และไม่แนะนำให้รับประทานอาหารจานด่วนแบบชาวอเมริกัน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย เพราะอาหารแบบชาวอเมริกันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองตีบตัน โรคเก๊าต์ ฯลฯ และยังเป็นสาเหตุของความเสื่อมของทุกระบบในร่างกาย ที่เห็นชัดเจน คือ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและความจำเสื่อม
ผู้เขียนจึงอยากสร้างกระแสให้ผู้รักสุขภาพชาวไทยกลับมารับประทาน อาหารไทย กันดีกว่า เพราะข้าวเจ้า ข้าวเหนียวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไม่เป็นสารก่อภูมิแพ้เหมือนข้าวสาลี การรับประทานข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีนและขนมไทยๆ จะปลอดภัยกว่ารับประทานขนมปัง พิซซ่า แพนเค้ก เส้นบะหมี่ ขนมเค้ก หรือโดนัท
อาหารไทยมีปริมาณไขมันต่ำ จึงไม่ทำให้เกิดโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดตีบตัน การรับประทานไก่ทอดหรือมันฝรั่งทอดแบบอเมริกันจะได้รับไขมันในปริมาณที่สูงแต่มีคุณค่าอาหารต่ำกว่าไก่ย่างส้มตำซึ่งมีปริมาณไขมันต่ำกว่าและยังมีสารอาหารหลากหลายจากส้มตำ
อาหารไทยมีปริมาณโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่ำ และคนไทยนิยมรับประทานปลาในปริมาณสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนะนำของแพทย์ด้านโภชนาการให้รับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง เพราะในเนื้อสัตว์ซึ่งเลี้ยงด้วยวิธีการปัจจุบันได้รับสารหลายชนิดเพื่อให้สัตว์โตเร็ว และยังถูกฉีดยาเพื่อป้องกันโรคต่างๆ สารตกค้างในเนื้อสัตว์อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์
นอกจากนี้ เนื้อสัตว์ยังมีไขมันสูงทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ส่วนเนื้อปลาจะย่อยง่ายและมีไขมันชนิดช่วยป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดอุดตันได้ จึงมีคำกล่าวว่าถ้าต้องการให้หัวใจไม่ขาดเลือดต้องรับประทานปลาสัปดาห์ละ 2 วัน
วัฒนธรรมไทยจะดื่มน้ำเปล่าหลังรับประทานอาหาร จึงไม่ทำลายรสชาติอาหาร แต่เครื่องดื่มน้ำอัดลมของชาวอเมริกันจะมีน้ำตาลผสมอยู่ในปริมาณสูง รสหวานจากน้ำตาลจะทำให้หิวง่ายต้องรับประทานอาหารบ่อยครั้งซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และน้ำตาลบางส่วนยังเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมเรื้อรังในหลอดเลือดก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะ เช่น หัวใจ สมองและไต
วัยรุ่นไทยปัจจุบันนิยมดื่มน้ำอัดลมจึงทำให้อ้วน ฟันผุ และสารคาเฟอีนซึ่งผสมในเครื่องดื่มดังกล่าวอาจมีอันตรายต่อสุขภาพ และเกิดภาวะติดเครื่องดื่มเหมือนการดื่มกาแฟ
ปัจจุบันมีการเชิญชวนให้ดื่ม นมถั่วเหลือง และใช้ เต้าหู้ ประกอบอาหารไทย เนื่องจากโปรตีนจากพืชจะมีคุณค่าเท่าโปรตีนจากสัตว์ และยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดมะเร็งและช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ได้
มีรายงานว่ามีการแพ้นมวัวเพิ่มขึ้น ในเด็กไทยจึงควรส่งเสริมให้เลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาเพื่อลดโรคภูมิแพ้ในเด็ก ส่วนในหญิงวัยทองนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจะช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศซึ่งขาดไป ( phytoestrogen )
อาหารไทยจะมีปริมาณเกลือต่ำกว่าอาหารอเมริกัน ในไก่ทอดอเมริกัน มันฝรั่งทอดจะมีรสเค็มมาก เกลือจะมีอันตรายต่อไตและก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ส่วนการปรุงรสเค็มในอาหารไทยใช้น้ำปลาซึ่งจะมีคุณค่าโปรตีนจากปลาและกรดโฟลิก ( folic acid ) ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและป้องกันโรคหัวใจได้
อาหารไทยหลากหลายชนิดใช้ผักปรุงในปริมาณสูง และนิยมรับประทานผลไม้ ซึ่งมีหมุนเวียนในทุกฤดูกาล จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่บรรพบุรุษได้ใช้ความหลากหลายของธรรมชาติส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจมากเช่น ชาวตะวันตก ผักและผลไม้จะป้องกันการเสื่อมของอวัยวะ และมีสารอาหารหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น
รงค์สีในผักและผลไม้ เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และรงค์สียังเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีความปลอดภัยกว่าวิตามินเอจากสัตว์ เช่น รงค์สีเหลืองจากฟักทอง ส้ม มะละกอ แครอท ข้าวโพดฝักอ่อน มันเทศ รงค์สีแดงจากมะเขือเทศ สตรอว์เบอรีและแตงโม และรงค์สีเขียวจากพืชผักสีเขียว อาหารไทยหลายตำรับ จะปรุงด้วยผักหลากหลายชนิด หลายสี ให้ดูสวยงามน่ารับประทานและได้ประโยชน์จากรงค์สีอีกด้วย
เส้นใยในผักและผลไม้ จะช่วยเร่งระบบการขับถ่าย ลดการดูดซึมของ อาหารไขมัน และสารก่อมะเร็ง ผู้ที่รับประทานผักในปริมาณสูง ไขมันในเลือดจะต่ำ และอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งจะต่ำ การรับประทานผักยังช่วยควบคุม โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงได้ระดับหนึ่งด้วย
ในผักและผลไม้จะมีวิตามิน ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม เหล็กและแร่ธาตุอีก หลายชนิดซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย
ในเครื่องเทศของไทยจะมีน้ำมันหอมระเหยและแร่ธาตุซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ และต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย
ความหวานของผลไม้เป็นน้ำตาลฟรุคโตส ซึ่งจะไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดมากเท่า น้ำตาล และผลไม้จะมีแร่ธาตุโปรเเตสเซียมสูงทำให้สดชื่น
จากการศึกษาฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบชาถุงนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาซึ่งจำหน่ายในราคาแพงมาก พบว่าประกอบด้วยรากพืชผักสวนครัวซึ่งคนไทยนำมาปรุงแต่งอาหาร ดังนั้น ในอาหารไทยจะมีสารดังกล่าวและคนไทยได้รับประทานเสริมมาตลอดโดยไม่รู้ตัว เช่น ในเครื่องแกงเผ็ดซึ่งจะมีทั้งพริก ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด หอม กระเทียม ผักชี ยี่หร่า ฯลฯ เมื่อนำมาปรุงเป็นแกงยังใส่ผักและโรยใบโหระพาและใบมะกรูด
ดังนั้น ชาวตะวันตกซึ่งเห็นว่าชาวเอเชียแก่ช้ากว่าและไม่สามารถใช้เครื่องปรุงดังที่กล่าวปรุงอาหารได้ จึงนำไปทำเป็นเม็ดแคปซูลหรือชงแบบชาให้ยุ่งยากขึ้น ดังนั้น เราจึงควรภูมิใจในอาหารไทยซึ่งเป็นสุดยอดของความอร่อย มีสารอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพร้อมครบถ้วนตามธรรมชาติ
ผู้จัดการ 12 พ.ค.2548
|